เคล็ดไม่ลับ การดูแลรถมือสอง ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน ด้วยการดูแล 6 วิธี

เคล็ดไม่ลับ การดูแลรถมือสอง ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน ด้วยการดูแล 6 วิธี กว่าจะวางแผน ตัดสินใจซื้อรถซักคันไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งเรื่องเลือกยี่ห้อ รุ่น ราคาที่คุ้ม แถมยังกังวลใจว่ารถคันโปรดจะอยู่กับเราได้นานอีกแค่ไหน จะมีค่าซ่อมแซมมากมายหรือไม่ รถมือสองมีรับประกัน 1 ปี เราจะพาทุกท่านไปรู้จักเคล็ดไม่ลับ 6 วิธี การดูแลรถมือสอง อย่างไรช่วยยืดอายุการใช้งาน

1.ถ่ายของเหลวทุกชนิด

ตรวจเช็ค น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเฟืองท้าย, น้ำมันเบรก,น้ำมันคลัตช์, น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์, น้ำมันกระปุกพวงมาลัย, น้ำยาหล่อเย็นหม้อน้ำ ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้มีจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบให้อยู่ในปริมาณและคุณภาพตามเกณฑ์ที่มาตรฐานของรถ เพื่อเป็นการช่วบยืดอายุการใช้งาน และเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

2.ระบบเครื่องยนต์

  • สายพานไทมมิ่ง เป็นสายพานขับชุดเพลาราวลิ้นของเครื่องยนต์ ส่วนมากมักจะมีอายุการใช้งานที่ 80,000 – 150,000 กิโลเมตร ถ้าหากสายพานไทมิ่งขาด อาจจะต้องทำการเปลี่ยนเครื่องใหม่ หรือซ่อมแซมกันหลักหมื่นเลยทีเดียว
  • สายพานหน้าเครื่อง, ไดชาร์จ, แอร์, ปั้มน้ำ, เพาเวอร์, สายพานเหล่านี้ควรตรวจเช็ค รอยร้าว ความแห้งกรอบ และระยะความตึงของสายพาน ตั้งให้ได้ระยะที่เหมาะสม
  • หมั่นสังเกตจุดรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง ถ้าหากมีคราบเหนียวๆ หรือมีน้ำมันหยดบริเวณที่จอดรถ หมายถึงการมีน้ำมันเครื่องรั่วซึม อาจจะเกิดจากการหลวมพร้อมที่จะหลุดของอุปกรณ์บางอย่าง ไม่ควรใจเย็น รีบหาช่างให้ตรวจหา และซ่อมแซมตั้งแต่เนิ่นๆ
  • ไส้กรองอากาศ สังเกตดูความสกปรก ถ้าไม่มากให้เป่าทำความสะอาดได้ แต่ถ้าอุดตันควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อการประหยัดน้ำมัน
  • ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทกรองเบนซิล กรองหัวฉีด หรือกรองโซล่า ควรเริ่มจดบันทึกการใช้งาน และเปลี่ยนใหม่เมื่อหมดอายุการใช้งาน

3.ระบบเบรก

ผ้าเบรก เป็นส่วนหนึ่งหลังจากซื้อรถมาแล้วที่พลาดไม่ได้ เพราะถ้าไปไม่ถึงที่หมาย ยังดีกว่าเบรกไม่อยู่ ควรให้ช่างตรวจสอบความหนาของผ้า เพื่อกำหนดระยะของการเปลี่ยนใหม่ และตรวจสอบสภาพต่างๆ เกี่ยวกับเบรก
สายอ่อนเบรก ส่วนมากเป็นสิ่งที่ทุกคนมักมองข้าม แต่ส่งผลให้เกิดการเบรกแตกได้ง่ายๆ ถ้าหากเก่าเกินไปให้รีบเปลี่ยนใหม่ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

4.ระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าเป็นอีกระบบหนึ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ รถบางคันหลังจากซื้อมาช่วงแรกๆ อาจจะมีปัญหาที่ระบบสายไฟ โดยเฉพาะสายไฟต่อเติม เช่นเครื่องเสียง ไฟหน้า สปอร์ทไลท์ หรือพวกอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ซึ่งได้มีการถอดเข้า – ออก ซึ่งมักจะเกิดปัญหาลัดวงจร ไฟไหม้ หรือเครื่องดับได้ง่ายๆ ควรหาช่างไฟดีๆ ตรวจความเรียบร้อย หรือถอดสายที่ไม่จำเป็นออกให้หมด และควรตรวจเช็คสภาพความพร้อมของกล่องฟิวส์ และฟิวส์สำรอง รวมถึงไดชาร์จ และได้สตารท์ให้เรียบร้อย

5.แบตเตอร์รี่ และน้ำกลั่นแบตเตอร์รี่

ควรตรวจเช็คระดับน้ำกลั่น ในแบตเตอร์รี่ ควรอยู่ในระดับที่กำหนด และตรวจหา วัน – เดือน – ปี ที่หมดอายุของแบตเตอร์รี่ ส่วนมากแบตเตอร์รี่แบบเติมน้ำกลั่นจะมีอายุการใช้งาน ไม่เกิน 2 ปี ถ้าไม่แน่ใจถึงอายุของแบตเตอร์รี่ ให้รีบเปลี่ยนเสียก่อนจะสตาร์ทรถไม่ติด

6.ระบบแอร์

อย่างแรกควรหาช่างถอดตู้แอร์ ออกมาล้างทำความสะอาด เพราะตู้แอร์ที่รั่ว มักเกิดจากสิ่งอุดตันเข้าไปกัดกร่อนจนคอยล์เย็นเสียหาย ควรล้างออกเสียบ้าง และตรวจเช็คข้อต่อ โอริง ท่อน้ำยาแอร์ต่างๆเพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์คันโปรดกลายสภาพเป็นเตาอบเคลื่อนที่

ชาลีคาร์ ซื้อขายรถมือสอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *